30
เม.ย.

ขับรถจากกรุงเทพไปมุกดาหาร ใช้เวลากี่ชั่วโมง? วางแผนเที่ยวอีสานริมโขง ฉบับคนขับจริงก่อนออกเดินทาง

หากกำลังมองหาทริปขับรถยาวที่ได้ทั้งบรรยากาศระหว่างทาง วิวทุ่งนาเมืองอีสาน และปลายทางที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ริมแม่น้ำโขง “มุกดาหาร” คือจุดหมายที่น่าสนใจมาก จังหวัดนี้อาจไม่ใช่เมืองท่องเที่ยวกระแสหลัก แต่กลับมีเสน่ห์เงียบสงบ อาหารอร่อย และวิวพระอาทิตย์ตกที่หลายคนไปแล้วติดใจ ที่สำคัญ ขับรถจากกรุงเทพฯ ไปได้แบบสบาย ๆ หากวางแผนดี

ขับรถจากกรุงเทพไปมุกดาหาร ใช้เวลากี่ชั่วโมง?

โดยเฉลี่ยใช้เวลา 8–10 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับเส้นทาง สภาพจราจร ความเร็วในการเดินทาง และจำนวนครั้งที่แวะพัก หากออกจากกรุงเทพฯ ช่วงเช้ามืดหรือหลังพ้นชั่วโมงเร่งด่วน จะช่วยประหยัดเวลาได้มาก

ระยะทางประมาณ 640–700 กิโลเมตร แล้วแต่จุดเริ่มต้นในกรุงเทพฯ และเส้นทางที่เลือกใช้ บางคนขับรวดเดียวได้ แต่สำหรับความปลอดภัย แนะนำให้แบ่งพักทุก 2–3 ชั่วโมง จะเดินทางสบายกว่ามาก

เส้นทางยอดนิยมที่คนนิยมใช้

เส้นทางหลักที่ขับง่ายและสะดวก คือ

กรุงเทพฯ – สระบุรี – นครราชสีมา – ขอนแก่น – กาฬสินธุ์ – ร้อยเอ็ด – มุกดาหาร

ข้อดีของเส้นนี้คือ ถนนหลักค่อนข้างดี มีปั๊มน้ำมัน ร้านอาหาร และจุดพักรถตลอดทาง เหมาะกับคนเดินทางครั้งแรก หรือพาครอบครัวไปด้วย

อีกเส้นทางหนึ่งคือผ่าน นครราชสีมา – ชัยภูมิ – ขอนแก่น ซึ่งรถบางช่วงอาจน้อยกว่า แต่ควรเช็กสภาพถนนก่อนออกเดินทาง

ควรออกเดินทางกี่โมงดีที่สุด?

ถ้าต้องการถึงมุกดาหารช่วงเย็น แนะนำออกจากกรุงเทพฯ ประมาณ ตี 4 – ตี 5 จะหลีกเลี่ยงรถติดขาออกเมือง และไปถึงปลายทางช่วงบ่ายแก่ ๆ แบบไม่เหนื่อยเกินไป

หากไม่รีบ สามารถแบ่งเป็นทริป 2 วัน โดยแวะค้างคืนที่ขอนแก่นหรือนครราชสีมาก่อน แล้วค่อยขับต่อในวันถัดไป เหมาะกับคนมีผู้สูงอายุหรือเด็กเล็กเดินทางด้วย

จุดแวะพักระหว่างทางที่น่าสนใจ

การขับรถไกลไม่จำเป็นต้องเร่งอย่างเดียว เพราะระหว่างทางมีหลายจุดให้แวะพัก

1. ปากช่อง – นครราชสีมา

เหมาะสำหรับแวะกาแฟยามเช้า หรือหาอาหารเช้าก่อนเข้าสู่ช่วงขับยาว

2. ขอนแก่น

เมืองใหญ่ของอีสาน มีร้านอาหาร คาเฟ่ และปั๊มครบครัน เหมาะแวะพักกลางวัน

3. กาฬสินธุ์

ถ้าไม่รีบ สามารถแวะถ่ายรูปเมืองรองบรรยากาศสบาย ๆ ก่อนมุ่งหน้ามุกดาหาร

ถึงมุกดาหารแล้ว เที่ยวไหนดี?

มุกดาหารเป็นจังหวัดเล็กแต่เที่ยวได้ครบ ทั้งธรรมชาติ วัฒนธรรม และวิถีริมโขง

หอแก้วมุกดาหาร

จุดชมวิวสำคัญของจังหวัด มองเห็นตัวเมือง แม่น้ำโขง และฝั่งลาวได้ชัดเจน ยิ่งช่วงเย็นยิ่งสวย

สะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 2

แลนด์มาร์กสำคัญ เชื่อมไทยกับลาว เหมาะกับการขับรถชมวิวและถ่ายภาพ

ตลาดอินโดจีน มุกดาหาร

แหล่งช้อปยอดนิยม มีของฝาก เสื้อผ้า เครื่องใช้ และอาหารท้องถิ่นให้เลือกเยอะ

วัดรอยพระพุทธบาทภูมโนรมย์

จุดเด่นคือองค์พญาศรีมุกดามหามุนีนีลปาลนาคราชขนาดใหญ่ และวิวเมืองมุกดาหารจากมุมสูง

ค่าใช้จ่ายคร่าว ๆ สำหรับการขับรถไปเอง

ค่าน้ำมันรถยนต์ทั่วไป: ประมาณ 2,500–4,000 บาท ไป-กลับ

ค่าทางด่วน/ค่าทางผ่านบางช่วง: ตามเส้นทางที่เลือก

ค่าอาหารระหว่างทาง: 300–800 บาทต่อคน

ที่พักมุกดาหาร: เริ่มหลักร้อยถึงโรงแรมวิวโขงหลักพัน

ถ้าเดินทาง 2–4 คน หารกันแล้วมักคุ้มกว่าการเดินทางรูปแบบอื่น และสะดวกเรื่องแวะเที่ยว

สิ่งที่ควรเช็กก่อนออกเดินทาง

ก่อนขับรถไกล ควรตรวจสอบเบรก ยางรถ น้ำมันเครื่อง ที่ปัดน้ำฝน และเติมลมยางให้พร้อม รวมถึงพักผ่อนให้เพียงพอ ไม่ฝืนขับตอนง่วง หากรู้สึกล้าให้แวะทันที

ควรเตรียมน้ำดื่ม ขนม ยาประจำตัว และเปิดแผนที่นำทางไว้ตลอด เพื่อเลี่ยงหลงเส้นทางช่วงเข้าเมือง

สรุป

ขับรถจากกรุงเทพไปมุกดาหาร ใช้เวลาประมาณ 8–10 ชั่วโมง หากวางแผนดี ทริปนี้ไม่เหนื่อยอย่างที่คิด แถมได้เห็นเสน่ห์ของภาคอีสานแบบเต็มอิ่ม เมื่อถึงปลายทางจะพบเมืองริมโขงที่เงียบสงบ ผู้คนน่ารัก และมีมุมเที่ยวเกินคาด ใครอยากเปลี่ยนบรรยากาศจากทะเลหรือภูเขา ลองขับรถไปมุกดาหารสักครั้ง แล้วจะเข้าใจว่าทำไมหลายคนไปแล้วอยากกลับไปอีก

แหล่งอ้างอิง

https://pantip.com/topic/30353421

https://waranya23062539.wordpress.com/สภาพทางสังคม/การเดินทาง/

https://www.spsmartvan.com/blog/ขับรถจากกรุงเทพ/ขับรถจากกรุงเทพไปมุกดาหาร-ใช้เวลากี่ชั่วโมง-ทุกอย่างที่ควรรู้ก่อนออกเดินทาง/

26
ก.พ.

ปักหมุดเที่ยวเมืองเกินร้อย! 10 พิกัดห้ามพลาดในร้อยเอ็ด ที่ไปแล้วจะหลงรักแบบไม่รู้ตัว

ร้อยเอ็ดอาจไม่ใช่จังหวัดที่หวือหวาในสายตานักท่องเที่ยวบางคน แต่ทันทีที่ได้เหยียบแผ่นดินอีสานผืนนี้ คุณจะสัมผัสได้ถึงเสน่ห์ที่ค่อย ๆ ซึมลึก เมืองที่ได้ชื่อว่า “สิบเอ็ดประตูเมือง เก้าบึงงาม” วันนี้ยังคงเต็มไปด้วยวัดงดงาม บึงกว้างกลางเมือง ชุมชนเรียบง่าย และงานบุญที่มีชีวิตชีวา หากคุณกำลังมองหาทริปที่ได้ทั้งความสงบ ความศรัทธา และรอยยิ้มจริงใจ ร้อยเอ็ดคือคำตอบที่ควรลองเปิดใจ

  1. บึงพลาญชัย
    ไม่มีใครมาเยือนร้อยเอ็ดแล้วไม่แวะบึงพลาญชัย สวนสาธารณะขนาดใหญ่ที่โอบล้อมด้วยบึงน้ำกว้าง เป็นพื้นที่พักผ่อนของทั้งคนท้องถิ่นและนักเดินทาง ยามเช้ามีผู้คนออกกำลังกาย ยามเย็นแสงอาทิตย์สะท้อนผิวน้ำอย่างงดงาม บรรยากาศเรียบง่ายแต่ชวนให้หยุดนั่งมองได้นานกว่าที่คิด
  2. พระมหาเจดีย์ชัยมงคล
    ตั้งอยู่ในอำเภอหนองพอก พระมหาเจดีย์ชัยมงคลโดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมสีขาวตัดทองอร่าม มองเห็นได้แต่ไกล ภายในประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุและมีพื้นที่กว้างขวางให้เดินชมอย่างสงบ เมื่อยืนอยู่ต่อหน้าเจดีย์สูงตระหง่าน คุณจะรู้สึกถึงพลังศรัทธาที่หล่อเลี้ยงชุมชนแห่งนี้มาอย่างยาวนาน
  3. วัดผาน้ำย้อย
    วัดผาน้ำย้อยตั้งอยู่บนเนินเขา ล้อมรอบด้วยป่าไม้เขียวขจี บรรยากาศเงียบสงบเหมาะแก่การปลีกตัวจากความวุ่นวาย วิหารใหญ่ประดับลวดลายงดงาม ภายในโปร่งโล่งและสว่างตา การได้มานั่งสงบใจที่นี่สักครู่ ช่วยให้การเดินทางมีความหมายมากขึ้น
  4. หอโหวด 101
    แลนด์มาร์กสมัยใหม่ที่ตั้งตระหง่านใกล้บึงพลาญชัย หอโหวด 101 ออกแบบให้มีลักษณะคล้ายเครื่องดนตรีพื้นบ้าน “โหวด” นักท่องเที่ยวสามารถขึ้นไปยังจุดชมวิวด้านบน มองเห็นตัวเมืองร้อยเอ็ดแบบพาโนรามา ทั้งบึง บ้านเรือน และท้องฟ้ากว้างไกล เป็นอีกมุมที่ทำให้เห็นว่าเมืองเล็ก ๆ แห่งนี้มีความงามในแบบของตัวเอง
  5. วัดบูรพาภิราม
    พระพุทธรูปปางประทานพรที่สูงโดดเด่นกลางเมือง คือภาพจำของหลายคนที่เคยผ่านร้อยเอ็ด วัดบูรพาภิรามเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวเมือง บริเวณวัดกว้างขวางและร่มรื่น เหมาะกับการแวะกราบไหว้ขอพรและเดินชมบรรยากาศอย่างสบายใจ
  6. กู่กาสิงห์
    โบราณสถานสำคัญในอำเภอเกษตรวิสัย กู่กาสิงห์สร้างด้วยศิลาแลงตามศิลปะขอมโบราณ แม้เวลาจะผ่านมาหลายศตวรรษ แต่โครงสร้างยังคงชัดเจน การเดินชมซากปราสาทกลางพื้นที่โล่ง ให้ความรู้สึกเหมือนได้ย้อนเวลากลับไปสัมผัสอดีตที่ยังมีลมหายใจ
  7. ทุ่งกุลาร้องไห้
    ชื่อที่หลายคนคุ้นหู ทุ่งกุลาร้องไห้ในพื้นที่ร้อยเอ็ดวันนี้คือแหล่งปลูกข้าวหอมมะลิคุณภาพระดับโลก ทิวทัศน์ท้องนาเขียวขจีในฤดูฝน และสีทองอร่ามในฤดูเก็บเกี่ยว สะท้อนความอุดมสมบูรณ์และความพยายามของชาวนาได้อย่างชัดเจน ใครที่ชอบถ่ายภาพธรรมชาติจะหลงรักบรรยากาศเรียบง่ายนี้
  8. ตลาดโต้รุ่งร้อยเอ็ด
    เมื่อแสงแดดลับฟ้า เมืองร้อยเอ็ดก็ยังไม่หลับใหล ตลาดโต้รุ่งเต็มไปด้วยร้านอาหารท้องถิ่น กลิ่นหอมของไก่ย่าง ส้มตำ และอาหารอีสานรสจัดจ้านเรียกน้ำย่อยได้เป็นอย่างดี การได้นั่งทานอาหารท่ามกลางเสียงพูดคุยคึกคัก คือประสบการณ์ที่ทำให้รู้สึกใกล้ชิดเมืองนี้มากขึ้น
  9. สวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ ร้อยเอ็ด
    สวนสาธารณะอีกแห่งที่เหมาะกับการพาครอบครัวมาเดินเล่น มีสนามหญ้ากว้างและมุมพักผ่อนร่มรื่น บรรยากาศเงียบสงบและสะอาดตา เหมาะกับการมาปิกนิกเล็ก ๆ หรือปล่อยให้เด็ก ๆ วิ่งเล่นอย่างอิสระ
  10. พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติร้อยเอ็ด
    สำหรับคนที่อยากเข้าใจเมืองนี้ลึกกว่าที่เห็น พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติร้อยเอ็ดคือคำตอบ ภายในจัดแสดงโบราณวัตถุ ศิลปะพื้นบ้าน และเรื่องราวประวัติศาสตร์ของภูมิภาคอย่างครบถ้วน การเดินชมแต่ละโซนช่วยต่อภาพจิ๊กซอว์ให้เห็นว่าร้อยเอ็ดเติบโตมาอย่างไร

แหล่งอ้างอิง

https://travel.trueid.net/detail/Ja5YYZEkzVQa

https://www.wongnai.com/trips/travel-at-roiet

https://www.spsmartvan.com/blog/สถานที่ท่องเที่ยว/10-สถานที่ท่องเที่ยวในร้อยเอ็ด